ทำไมคนส่วนใหญ่ ถึงชอบนั่งทำงานในร้านกาแฟ

คุณก็เป็นคนนึงที่ชอบออกมาทำงานนอกสถานที่  รึเปล่าจากที่พบเห็นโดยส่วนใหญ่  คนทำงานออฟฟิศ ฟรีแลนซ์ กลุ่มนักศึกษา เจ้าของกิจการก็มักหลบมุมมานั่งทำงานในร้านกาแฟ หรือสถานที่ทำงานแบบ coworking space กันและพบว่าอัตราการเติบโตของผู้ใช้ในลักษณะนี้มากขึ้นสวนกระแส WFH  อีกด้วยอะไรคือเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังพฤติกรรมเหล่านี้

ซึ่งจากผู้ใช้มีความเห็นส่วนมากกล่าวว่า การทำงานในสถานที่เหล่านั้น ทำให้เกิดสมาธิได้ดีและการพาตัวเองมาทำงานนอกสถานที่นั้นเป็นการกระตุ้น ให้มีการออกไปเจอสภาวะของการเอาตัวรอด จึงทำให้กระตือรือร้นกว่าทำงานที่บ้านของตน

แต่สิ่งที่น่าสนใจ คือ แล้วทำไมสถานที่ทั่วไปอย่าง ร้าน Fast Food หรือ  มุม Food Court รวมไปถึงสถานที่อื่นๆกลับไม่ได้เป็นที่นิยมเท่า ในบทความนี้จะมาอธิบายถึงเหตุผลดังกล่าว

หากได้พิจารณา นึกถึงตอนนั่งทำงานในสถานที่เหล่านั้น จะมีประสบการณ์ว่า
-รู้สึกผ่อนคลาย มีสมาธิ
-เหมือนอยู่ในห้องทำงานส่วนตัว
-การพูดคุยในสถานที่เหล่านี้ รู้สึกที่ปลอดภัยกว่าที่อื่น

ทราบกันดีว่า ตัวสถานที่มีการออกแบบลักษณะพิเศษเพื่อดึงให้คนมาใช้ได้เป็นเวลานานแต่แล้วสิ่งที่พิเศษที่ว่านั้น คืออะไร?

หัวใจสำคัญของเรื่องนี้ คือระบบการออกแบบที่เรียกว่า  “Sound Masking”

Sound masking คือการใช้ระบบควบคุมสภาพแวดล้อมทางเสียงโดยการปล่อยคลื่นความถี่เสียงเข้ามารรบกวนระดับหนึ่ง เป็นหลักการทาง Psychoacoustic ที่มีความคล้ายคลึงกับ ASMR ในทางแขนงหนึ่ง โดยเสียงรบกวนส่วนมากจะสามารถเสียงNoise หรือเสียงเพลง เปิดคลอทำหน้าที่เหมือนม่านหุ้มกันในแต่ละโซนของพื้นที่  ซึ่งหลักการดังกล่าวนี่มีวิจัยมาแล้วว่าเสียงเหล่านี้จะทำให้มีสมาธิกว่าเท่าตัว ซึ่งหลายคนอาจจะสงใสว่า เสียงรบกวน มันช่วยให้มีสมาธิจริงๆหรือ?

ถ้าใครเคยเดินทางโดยนั่งเครื่องบินแล้วบ่อยๆ อย่างผู้โดยสาร หรือ แอร์โฮสเตส ก็คงจะคุ้นชินกับเสียงรบกวนที่เกิดจากการลู่ลมของเครื่องบิน เสียงเครื่องยนต์  นี่ก็คืออีกหนึ่งตัวอย่างของเสียงรบกวน ที่ “บังเอิญ” เป็น หลักการ Psychoacoustics  เช่นกันเพราะระหว่างที่นั่งอยู่ในเครื่องบินนั้น สามารถนอนหลับได้ อ่านนังสือได้ สามารถทำงานได้อย่างมีสมาธิ ไม่ได้รู้สึกรบกวนแต่อย่างใด นี่ก็เป็นปัจจัยเดียวกัน

อีกทั้ง Sound Masking นั้น ยังเป็นการป้องกันไม่ให้สถานที่นั้น “เงียบเกินไป”เงียบเกินไปแล้วไม่ดีอย่างไร?

หากสภาพแวดล้อมที่มีความเงียบสนิด  เราจะได้ยินเสียงพูดคุยของคนอื่น รับรู้เนื้อหาของคนอื่น อย่างชัดเจน ทำให้หงุดหงิด จนเสียสมาธิจนขาดความสามารถโฟกัส หรือมีบทสนาได้ (Speech Privacy )  

ดังนั้นการปล่อยให้มีความเงียบที่สุด โดยไม่มีการควบคุมใดๆคือการสร้างศักยภาพในการคุมบรรยากาศที่ต่ำที่สุด นี่จึงเป็นเหตุผลที่ร้านทั่วไปที่ไม่มีระบบนี้ จะมีเสียงพูดคุยรอบข้างดังมาก ไม่สามารถนั่งทำงานได้นานนั่นเอง

สุดท้ายนี้ ในกรณีตัวอย่างของ Sound Masking นั้นยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ได้ ไม่ว่าจะเป็นตัวเราเอง ที่มองหาและสร้างสภาพแวดล้อมที่เสริมสร้างสมาธิที่ดีด้วยการเปิด noise หรือเสียงเพลง ผ่านคอมหรือมือถือคลอระหว่างทำงาน หรือผู้ให้บริการ ที่ทำเข้าใจกับหลักการดังกล่าว เพื่อสร้างสภาพแวดที่เข้าถึงผู้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้นอีก เพียงรายละเอียดเล็กๆน้อยๆนั้น ก็สามารถเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมได้อย่างมาก

B09-soulbeaver_com-HMKK

บทความที่น่าสนใจ

© 2021 SOUL BEAVER. All Right Reserved.​​​