รับทำ music production | รับแต่งเพลง | รับทำเพลง

Bearhouse กับเพลย์ลิสต์บรรยากาศในร้านด้วยดนตรีที่ทำจากหัวใจของร้านชานมไข่มุก 

ทำไมแบรนด์ในยุคใหม่ถึงใช้หลักการ Playlist Marketing
เสริมสร้างภาพลักษณ์ด้านเสียงให้กับแบรนด์

คุณเคยมีประสบการณ์หรือไม่ว่า ทำไมเวลาเดินเข้าไปใน Space บางพื้นที่ ถึงให้ความรู้สึกดึงดูด หรือรู้สึกได้รับประสบการณ์ที่พิเศษ การตกแต่งภายในร้านที่ดึงดูด Interior โดดเด่น รสชาติของอาหารที่กลมกล่อมมากๆ หรือแม้กระทั้งยูนิฟอร์มของพนักงานในร้านที่ดูมีสไตล์ ใช้ครับ ทั้งหมดที่กล่าวมาล้วนมีผลต่อประสบการณ์ที่ลูกค้าจะได้รับ ณ ตรงนั้น และเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดลูกค้าเข้ามาที่ Space ของคุณ

แต่ก็มีอีกปัจจัยหนึ่ง ที่หลายๆ คนอาจจะมองข้ามไป และสิ่งนั้นเป็นอีกหนึ่งการโน้มน้าว ที่ทรงพลังที่สุดเลย นั้นก็คือคือ “เสียง”

หลายธุรกิจในยุคใหม่ใช้หลักการ Playlist Marketing สร้างบรรยากาศใน Space ของตัวเอง ส่งผลให้”ลูกค้า”ของเขาได้รับประสบการณ์ตามแบบที่แบรนด์ต้องการ และเมื่อลูกค้าได้รับประสบการณ์ในแบบที่พิเศษ เขาเหลานั้นก็จะจดจำแบรนด์คุณได้ เนื่องจาก “เสียง” สามารถสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง และพิเศษได้


Playlist Marketing คืออะไร????


Playlist Marketing มาจากคำ 2 คำ คือ

* Playlist : เซตเพลงที่ประกอบขึ้นจากหลายเพลง โดยอยู่ภายใต้ Concept เดียวกัน

* Marketing : การตลาด

ซึ่งแน่นนอนว่า Playlist Marketing คือการทำเซตเพลงที่อยู่ภายใต้ Concept บางอย่าง เพื่อการตลาดที่ส่งผลต่อแบรนด์โดยตรง


ผมขออนุญาติยกตัวอย่างร้าน Bear House นะครับ ว่าเค้าใช้หลักการ Playlist Marketing ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ของเขาดีขึ้นได้อย่างไร ?

Playlist ของร้าน Bear House ถูกคิดมาจาก Concept “บ้านหมีทำชานม” ภายใต้ชื่อ “Chill & Relax with Me(e)” และได้ถูกดีไซน์ดนตรี และระยะเวลาของ Playlist มาอย่างดี ซึ่งแนวดนตรีที่ถูกออกแบบให้ใช้กับ Playlist ของร้าน Bear House จะเป็นลักษณะดนตรีที่มีลักษณะผ่อนคลาย สบายๆ แต่ไม่น่าเบื่อจนเกินไป ซี่งจะสร้างประสบการณ์ที่ผ่อนคลายให้กับลูกค้าภายใน Space ของร้าน Bear House โดยถูกคำนวนเวลาเฉลี่ยที่นานที่สุดของลูกค้าที่จะมีส่วนร่วมใน Space ของร้าน Bear House คือประมาณ 45 - 60 นาที

(อ้างอิงจากสาขาที่มี Space ในการนั่งภายในร้าน) ซึ่ง Playlist “Chill & Relax with Me(e)” ก็มีความยาวอยู่ที่ 55.26 นาที ซึ่งเฉลี่ยแล้ว Playlist จะวนครบหนึ่งรอบต่อลูกค้าหนึ่งคนที่เข้ามาใน Space ของร้าน ซึ่งจะทำให้ไม่เกิดปัญหาลูกค้าได้ยินเพลงซ้ำ ซึ่งอาจทำให้เกิดความเบื่อหน่ายได้

อีกทั้งใน Playlist “Chill & Relax with Me(e)” ได้มีการบันทึกเสียง ไข่มุก ,ใบชา และเสียงคนชา ที่เป็นส่วนประกอบหลักของการทำ “ชานม” เข้าไปด้วย อีกทั้งยังมีการบันทึกเสียง “คุณซาน (หนึ่งในเจ้าของร้านชานม Bear House) เข้าไปเพื่อสร้างความโดดเด่น และจดจำให้กับ Playlist ของร้าน Bear House อีกด้วย

นอกจากร้าน Bear House แล้ว ยังมีแบรนด์ดังๆ อีกหลายแบรนด์ที่ใช้ Playlist Marketing ใน Space ของพวกเขา อาทิเช่น Muji , Starbucks เป็นต้น


และนี้แหละครับ คือเหตุผลที่แบรนด์ยุคใหม่ เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการทำ Playlist Marketing กันมากขึ้นครับ

โซลบีเวอร์ บริษัททำเพลงเป็นทีมที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการผลิตซาวด์ ดนตรี เพลง โดยเราตระหนักเป็นอย่างดีว่าเสียงที่ดีนั้นมีพลังในการขับเคลื่อนได้ดีเหนือกว่าเครื่องมือการสื่อสารใดๆ เรารับแต่งเพลง รับทำเพลง รับงานพากย์เสียง รับทำ music production



บทความที่น่าสนใจ

© 2022 SOUL BEAVER. All Right Reserved.​​​

DESIGN by

Contact Us