รับทำ music production | รับแต่งเพลง | รับทำเพลง

"เสียงเพลง" หนึ่งในกลยุทธ์การตลาดที่กำลังมาแรง

เคยไหมครับ ที่หงุดหงิดจาการนั่งคิดงาน เพราะมีเสียงรบกวนไม่พึงประสงค์จากภายนอก หรือการที่คุณชอบเลือกร้านอาหารสักร้าน เพราะมีวงดนตรีที่เล่นได้ดื่มดำดีกว่าที่อื่น หรือตอนที่คุณดูซีรียส์ จนได้มาเจอกับฉากเรียกน้ำตา ที่มีเสียงเพลงที่เข้าไปแตะหัวใจของคุณ
.

ทั้งหมดที่พูดมานั้นได้มีการสรุปโดย Marketing Specialist เอาไว้ดังนี้ว่า
“เสียง คือ ตัวแปรสำคัญในการกำหนดทิศทางอารมณ์ของคน ”
หรือก็คือเสียงนั้น แปรผันตรงต่ออารมณ์ผู้บริโภค
แล้วทำไมอารมณ์ถึงสำคัญ เราแคร์อารมณ์ทำไม “ก็เพราะ อารมณ์ส่งผลต่อพฤติกรรมมนุษย์ “

ถ้าในแง่ของธุรกิจ ก็จะหมายถึงลูกค้านั่นเอง ถ้าลูกค้าเกิดรู้สึกดี ประทับใจ เขาจะแชร์แล้วบอกต่อถึงประสบการณ์ดีๆที่ได้รับจนเกิดเป็น word of mouth แต่ถ้าไม่ใช่ ผลลัพธ์ก็จะออกมาตรงกันข้าม ซึ่งเชื่อว่าทุกคนก็คงเคยมีประสบการณ์เฉกเช่นเดียวกัน
.

ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ร้านนวดแผนไทย มีการเปิดเพลงดนตรีบรรเลง เพื่อลดความตึงเครียด จากอาการเจ็บปวด หรืออย่างร้านอาหาร การเปิดเพลงในกระแสคลอ เพราะธุรกิจหน้าร้านอย่างร้านอาหารนั้น มักจะมีปัญหาเฉพาะหน้าเกิดขึ้นตลอดเวลา เพลงนั้นจะช่วยปรับmood ให้ภาพรวมของร้านออกมาราบรื่น และช่วยลดควมรุนแรงในการทำงานที่ผิดพลาดได้

ลองจินตนาการดูว่า หากไม่มีเรื่องเสียงเข้ามาช่วยเติมในส่วนนี้ ย่อมทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องมีความรู้ความเข้าใจเรื่องเสียงที่เหมาะสมด้วย
.
นอกจากการช่วยเรื่องปรับ mood อารมณ์แล้ว เสียงยังมีประโยชน์อื่นๆอีกดังนี้

(ใช้สร้างจุดเด่น) - คอนเทนต์รูปแบบเสียงเพลงเป็นหนึ่งในความนิยมที่ดีที่สุด เพราะเข้าถึงง่าย ได้ทุกเพศทุกวัย
(จำง่าย) - เนื้อหาที่ยาว สามารถนำมาย่อลงในเพลงเพื่อความกระชับ จำง่าย ฟังคร้งเดียว ติดหู เป็นไวรัล
(ยกระดับ) - แบรนด์ไหนมีซาวด์ดนตรีประกอบเฉพาะ จะดูน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้น

ซึ่งได้มีหลายแบรนด์ที่ใช้เสียงแล้วประสบความสำเร็จเกิดเป็นกรณีให้ได้ศึกษากัน ยกตัวอย่างเช่น

-แบรนด์กาแฟชื่อดังที่ใช้ Music Marketing กับศิลปิน จนเกิดเป็นกระแสไวรัลที่แชร์กันอย่างกว้างขวาง เพียงไม่กี่ชั่วโมงที่แคมเปญนั้นได้ถูกปล่อยออกมา

-ธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่แบรนด์ญี่ปุ่น ในช่วงที่ “เปิดเพลงประจำร้าน” สามารถเพิ่มยอดขายได้เฉลี่ยถึง 15 % เหตุผลคือผู้บริโภค รู้สึกเพลิดเพลินในการช้อปภายในร้าน

-เพลงแคมเปญ รณรงค์เทศกาล flash sale ของ Lazada ที่พบว่าการเข้าถึงคนทั่วไปได้ถึง 90% โดยเหตุผลที่คุยจากกลุ่มเป้าหมายคือเพราะ รู้สึกสนุก รู้สึกดีที่ได้เห็น Ads ทั้งๆที่รู้ว่าโดนขายของอยู่ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกรำคาญแต่อย่างใด

และมีเคสอื่นๆอีกมากมาย

นี่เป็นเพียงตัวอย่างของเสียงที่ใช้ในการสื่อสาร แต่สิ่งที่สำคัญที่ขาดไม่ได้ในการสื่อสารก็คือ "คุณค่า" หากคุณค่าที่ถูกส่งมอบไปนั้นเป็นการทำเพื่อประโยชน์ของลูกค้า ตัวแบรนด์ได้รับความไว้วางใจ สร้างผูกพันในระยะยาวต่อไปได้ แต่ถ้าไม่มี ฝั่งลูกค้าเองก็จะมองหาไปยังคนที่แคร์หาเขามากกว่า เพราะทุกวันนี้โลกที่การแข่งขันที่สูงขึ้น คู่แข่งก็มีมากขึ้นเช่นกัน
.

แล้วคุณล่ะ คิดเห็นว่าอย่างไรบ้าง

บทความที่น่าสนใจ

© 2021 SOUL BEAVER. All Right Reserved.​​​